โรคฮิตของวัยรุ่นตอนปลายคงหนีไม่พ้น “โรคความดัน” เป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่พบบ่อยในคนไทย และในปัจจุบันคนวัยทำงานและแม้แต่วัยรุ่นก็เริ่มเป็นกันมากขึ้นเรื่อย ๆ จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ เครียด ขาดการออกกำลังกาย และเมื่อเป็นแล้วก็หายได้ยากมาก ๆ จนต้องรับประทานยาเพื่อรักษาโรคความดัน
และแบบนี้หากเป็นโรคดังกล่าวเราจะต้องทานยาตลอดชีวิตไหม ? เดี๋ยวเราจะมาหาคำตอบกัน
ความดันโลหิตสูงคืออะไร ? ความดันโลหิต คือแรงดันของเลือดที่เกิดจากการสูบฉีดของหัวใจผ่านหลอดเลือดไปทั่วร่างกาย โดยค่าความดันจะแบ่งเป็น 2 ค่า คือ
- ค่าความดันตัวบน (Systolic) ค่าที่ถือว่า “สูง” คือเกิน 140 mmHg
- ค่าความดันตัวล่าง (Diastolic) ค่าที่ถือว่า “สูง” คือเกิน 90 mmHg หากตรวจแล้วพบว่าเกินกว่านี้อย่างต่อเนื่องหลายวัน ก็ควรพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด
ต้องกินยาตลอดชีวิตไหม? คำตอบคือ: ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและพฤติกรรมของแต่ละคน โดยทั้งนี้แพทย์จะเป็นคนดูว่าผู้ป่วยควรใช้ยาแบบระยะยาวหรือไม่ โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น
- ค่าความดันเฉลี่ย
- ความเสี่ยงของโรคหัวใจหรือหลอดเลือด
- โรคร่วม เช่น เบาหวาน ไขมันสูง
- การตอบสนองต่อการปรับพฤติกรรม
หากเราสามารถ ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติได้ด้วยการปรับพฤติกรรม เช่น ลดเค็ม ลดน้ำหนัก ออกกำลังกายเป็นประจำ ก็อาจไม่จำเป็นต้องกินยาต่อไป
ทำยังไงให้รู้ตัวก่อนเป็นโรคความดัน แม้ว่าการออกกำลังกาย หรือการความคุมอาหารจะช่วยส่งผลให้ลดโอกาสการเกิดโรคความดัน แต่นอกจากการวัดความดันกับเครื่องแล้ว เราก็ไม่อาจรู้เลยว่าเราเป็นความดันอยู่ไหม และการพกเครื่องวัดความดันไปไหนมาไหนก็เป็นเรื่องที่ยาก
แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ได้พัฒนา “นาฬิกาวัดความดัน” ที่มีความแม่นยำสูง ใช้งานง่าย และสะดวกต่อการติดตามสุขภาพของตัวเอง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีความดันสูงหรือเสี่ยง เช่น พนักงานออฟฟิศ ผู้สูงอายุ
สรุป: ความดันโลหิตสูง ไม่ได้แปลว่าต้องกินยาตลอดชีวิต หากคุณสามารถควบคุมสุขภาพด้วยตนเอง และมีการติดตามค่าความดันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้วยเทคโนโลยีเช่น นาฬิกาวัดความดัน ก็มีโอกาสที่จะลดการใช้ยาหรือหยุดยาได้ในอนาคต แต่ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
เพราะฉะนั้น…อย่ารอให้ความดันพุ่งแล้วค่อยมาดูแลตัวเอง เริ่มวันนี้ เพื่ออนาคตที่แข็งแรงกว่าเดิม!




