เป็นอีกหนึ่งปีที่นาฬิกาเพื่อสุขภาพเข้ามามีบทบาทในอนาคตอย่างมาก เพราะถือว่าเป็นผู้ช่วยประจำตัวที่อยู่คู่ทุกสถานการณ์ไปแล้ว ด้วยฟังก์ชันที่อัดแน่นและการแข่งขันที่สูง นาฬิกาเพื่อสุขภาพแต่ละเรือนจึงต้องสู้กันด้วยเทคโนโลยี และผลประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้คือผู้บริโภคที่ได้สินค้าที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
วันนี้แอดจึงอยากพอมาส่องนาฬิกาที่นำเทรนด์จะเทรนด์เนอร์และหมอหลายท่านพูดถึง
WellTime Up อีกหนึ่งตัวสุดคุ้มที่ราคาเพียง 3 ใบเทามีทอน อัดแน่นด้วยฟังก์ชันสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น วัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัดความดันโลหิต วัดระดับออกซิเจนในเลือด ติดตามการนอนหลับ ติดตามกิจกรรมการออกกำลังกาย รับและโทรออก รับการแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มเหมาะกับทุกคนและทุกวัยจริง ๆ
Well Time Now ตัวนี้ฟังก์ชันเยอะมาก ๆ แต่แอดขอยกตัวอย่างเด่น ๆ ของฟังก์ชันนี้เลยก็คือการตรวจ ECG / คลื่นไฟฟ้าหัวใจ
มีเซ็นเซอร์ ECG + AI Heart Trackers ช่วยตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบเรียลไทม์ วิเคราะห์จังหวะหัวใจผิดปกติบางกลุ่มอาการ
AI ช่วยประมวลผลร่วมกับข้อมูล PPG (เซ็นเซอร์วัดแสง) เพื่อความแม่นยำมากขึ้น
WellTime VIVE ตัวนี้จะเด่นมาก ๆ เรื่องการวัดค่าน้ำตาล เพราะเป็นรุ่นแรก ๆ ที่แบนเริ่มนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ ส่วนฟังก์ชันอื่น ๆ ก็ยังคงมีด้วยความแม่นยำกว่า 95% ซึ่งถือว่าแม่นยำพอสมควร นอกจากนี้ยังสามารถดูความเครียดในร่างกายเราได้ด้วย
WellTime Air ตัวนี้จะเด่นในเรื่องของการวัดความดัน เพราะมีเทคโนโลยี Airpump ที่ทำให้เรารู้เหมือนว่าได้วัดความดันจริง ๆ แม้จะมีฟังก์ชันอื่น ๆ เหมือนกับ WellTime รุ่นอื่น ๆ แต่เรื่องวัดความดันรุ่นนี้น่าจะเป็นรุ่นที่มีความแม่นยำมากที่สุด
สรุป: พูดตรง ๆ เลยว่าในยุคที่ทุกอย่างเครียดง่าย ทั้งงาน ทั้งเงิน ทั้งโลกดิจิทัล นาฬิกาสุขภาพดี ๆ สักเรือนจะช่วยให้เรารู้มากขึ้นว่า…
ร่างกายเรากำลังโอเคจริง ๆ หรือแค่ “โอเคในรูป แต่โทรมในชีวิตจริง”
ยุคนี้ใครเริ่มก่อนย่อมได้เปรียบ พี่เลือกนาฬิกาที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ตัวเอง แล้วให้ปี 2025 เป็นปีที่สุขภาพปังปุริเย่ที่สุดไปเลย!



